การทำ Asset Allocation (การจัดสรรสินทรัพย์) คือหัวใจสำคัญของการเป็นนักลงทุนระยะยาว เพราะประวัติศาสตร์การเงินโลกพิสูจน์แล้วว่า ไม่มีสินทรัพย์ใดที่สร้างผลตอบแทนได้ดีที่สุดในทุกสภาวะเศรษฐกิจ วันนี้สินทรัพย์นี้รุ่งเรือง พรุ่งนี้อาจจะร่วงโรย
เทคนิคการจัดพอร์ตให้ “รอดในทุกวิกฤต” จึงไม่ใช่การคาดเดาอนาคต แต่คือการสร้างระบบพอร์ตที่รับมือได้กับทุกฤดูกาลทางเศรษฐกิจ ผ่าน 2 โมเดลระดับโลกดังนี้ครับ
เทคนิคการทำ Asset Allocation กระจายความเสี่ยง
เข้าใจ 4 ฤดูกาลเศรษฐกิจ (The Economic Seasons)
ก่อนจะกระจายความเสี่ยง เราต้องเข้าใจว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกมักจะวนลูปอยู่ 4 รูปแบบหลัก ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมี “พระเอก” และ “ผู้แพ้” ที่ต่างกันชัดเจน:
- เศรษฐกิจเติบโต + เงินเฟ้อต่ำ (Growth & Low Inflation): ยุคทองของ หุ้น (Equities) และ อสังหาริมทรัพย์
- เศรษฐกิจเติบโต + เงินเฟ้อสูง (Growth & High Inflation): ยุคทองของ สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) เช่น น้ำมัน, ทองคำ และกลุ่มหุ้นพลังงาน
- เศรษฐกิจถดถอย + เงินเฟ้อต่ำ (Recession & Low Inflation): ยุคทองของ ตราสารหนี้/พันธบัตรรัฐบาล (Bonds) เพราะดอกเบี้ยจะขาลง
- เศรษฐกิจถดถอย + เงินเฟ้อสูง (Stagflation): ยุคที่น่ากลัวที่สุด หุ้นและตราสารหนี้มักจะตกพร้อมกัน มีเพียง ทองคำ (Gold) และ เงินสด/สินทรัพย์ทางเลือก ที่เป็นหลุมหลบภัย
ถอดรหัส 2 พอร์ตระดับโลก “รอดทุกวิกฤต”
หากคุณต้องการพอร์ตที่ไม่ต้องนั่งลุ้นกราฟทุกวัน แต่ปล่อยให้ระบบทำงานและอยู่รอดได้ในระยะยาว นี่คือ 2 สูตรการจัดพอร์ตที่นิยมที่สุดครับ:
โมเดลที่ 1: All Weather Portfolio (สูตรของ Ray Dalio)
เรย์ ดาลิโอ ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออกแบบพอร์ตนี้มาเพื่อให้ทนทานต่อ 4 ฤดูกาลเศรษฐกิจข้างต้นอย่างสมดุลที่สุด
- หุ้นโลก (30%): เพื่อเร่งผลตอบแทนช่วงเศรษฐกิจเติบโต
- พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (40%): ช่วยพยุงพอร์ตและสร้างผลตอบแทนเวลาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย
- พันธบัตรรัฐบาลระยะกลาง (15%): เพิ่มสภาพคล่องและความเสถียร
- ทองคำ (7.5%): เป็นเกราะป้องกันเงินเฟ้อรุนแรงและวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)
- สินค้าโภคภัณฑ์ (7.5%): ช่วยทำกำไรช่วงเงินเฟ้อพุ่งสูงและของแพง
จุดเด่น: ผันผวนต่ำมาก แม้ในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 หรือช่วงโควิด-19 พอร์ตนี้ก็ขาดทุนน้อยกว่าพอร์ตที่ลงหุ้น 100% อย่างเห็นได้ชัด และฟื้นตัวกลับมาได้ไวมาก
โมเดลที่ 2: Permanent Portfolio (สูตรของ Harry Browne)
เป็นพอร์ตที่เน้นความเรียบง่าย แบ่งสินทรัพย์ออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กันอย่างถาวร (อย่างละ 25%)
- หุ้น (25%): ทำงานได้ดีในยุคเศรษฐกิจรุ่งเรือง
- พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (25%): ทำงานได้ดีในยุคเงินฝืด/ดอกเบี้ยขาลง
- เงินสด/ตราสารหนี้ระยะสั้น (25%): ทำงานได้ดีในภาวะตลาดผันผวนรุนแรง เพื่อเก็บไว้เป็นกระสุนรอช้อนซื้อของถูก
- ทองคำ (25%): ทำงานได้ดีในยุคเงินเฟ้อสูงหรือระบบการเงินสั่นคลอน
3.เทคนิคสำคัญที่ขาดไม่ได้: “การทำ Rebalancing”
การจัดสรรสินทรัพย์จะไม่สมบูรณ์เลยหากขาด การปรับสมดุลพอร์ต (Rebalancing)
สมมติว่าคุณจัดพอร์ตแบบ Permanent Portfolio (หุ้น 25% / ทอง 25% / พันธบัตร 25% / เงินสด 25%) ผ่านไป 1 ปี เกิดวิกฤตหุ้นตกหนัก ทำให้สัดส่วนหุ้นเหลือ 15% ขณะที่ทองคำพุ่งทะยานกลายเป็น 35%
- สิ่งที่คุณต้องทำ: ขายทองคำส่วนที่กำไรออกไป 10% แล้วนำเงินนั้นมา “ช้อนซื้อหุ้น” ที่กำลังราคาถูก เพื่อดึงสัดส่วนกลับมาเป็น 25% เท่าเดิมทั้งหมด
- ผลลัพธ์ทางจิตวิทยา: ระบบนี้จะบังคับให้คุณทำพฤติกรรม “ขายหมูตอนแพง (Sell High) และช้อนซื้อตอนถูก (Buy Low)” อย่างมีวินัยโดยอัตโนมัติ โดยตัดอารมณ์ความกลัวหรือความโลภออกไปจากสมองสิ้นเชิง (แนะนำให้ทำปีละ 1-2 ครั้ง)
สมการความอยู่รอดของพอร์ต
ความอยู่รอดของพอร์ต = การกระจายสินทรัพย์ที่สังเคราะห์กัน X วินัยในการ
การทำ Asset Allocation อาจไม่ได้ทำให้คุณรวยเร็วที่สุดในวันที่ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้นแบบพุ่งกระฉูด แต่สะพานหนีไฟนี้จะช่วยรับประกันว่า คุณจะไม่ต้องเจ๊งจนหมดตัวในวันที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ หรือวิกฤตครั้งใหม่ในอนาคตครับ
แนะนำแพลตฟอร์มเกมเดิมพันครบวงจร มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
ขอแนะนำแพลตฟอร์ม เคยู (Kubet) ครับที่นี่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงาน PAGCOR ซึ่งเป็นหน่วยงานอันดับ 1 ของฝั่งทวีปเอเชียครับ
มีคอมมูคนไทยเยอะมาก และมีเกมเดิมพันครบทุกอย่าง เรียกว่าครบวงจร ทั้งตัวเกม และการไลฟ์สด รวมถึงมีกีฬา และ ลอตเตอรี่ให้เลือกอย่างอิสระครับ
- Kubet : มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
- มีเกมเดิมพันครบวงจร ทั้งตัวเกม และ ไลฟ์สด
- มีเกมกีฬาให้เลือกเล่นอย่างอิสระ
- ชมถ่ายทอดสดกีฬาฟรีสำหรับสมาชิก
- มีลอตเตอรี่ให้เลือกสรรมากกว่า 10 แบบ
- มีภาษาไทย